บทที่ 7 คนคุ้นเคย

ภูเมืองขอให้ราตรีนั่งพักก่อน

จ่าเนศบันทึกหมายเลขกับเวลาโทรเข้า ส่วนเจ้าหน้าที่อีกคนอยู่กับน้องสาวของเธอ ไม่มีใครโทรกลับไปทันที

“คำที่ได้ยินเมื่อกี้ คุณเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนไหมครับ”

ราตรีส่ายหน้า

“แต่เสียงเหมือนเขา”

“เรื่องเข็นเตียง คุณรู้อะไรบ้าง”

เธอมองประตูห้องน้ำ

“ตอนฉันกลับขึ้นไป เตียงไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้วค่ะ”

ภูเมืองเลื่อนเก้าอี้มานั่ง

“เดิมอยู่ตรงไหน”

“ติดหน้าต่าง พอเข้าไปอีกทีอยู่ใกล้ประตู ฉันนึกว่าเขาจะย้ายร่างออก”

“เห็นตอนเข็นไหมครับ”

“ไม่เห็น”

เขาบันทึกคำตอบ แล้วขอให้เธอพักเรื่องคืนนั้นไว้ก่อน น้องสาวรับปากว่าจะพาไปอยู่ด้วย เจ้าหน้าที่จึงจัดคนไปส่งและนัดติดต่อกันอีกครั้ง

ก่อนกลับ ราตรีจับแขนเขา

“ถ้ามีคนโทรมาอีก ฉันต้องรับไหม”

“ไม่ต้องฝืนครับ เก็บข้อมูลไว้แล้วโทรหาพวกผม”

เธอพยักหน้า แต่ยังหันมองทางเดินก่อนก้าวออกไป

เช้าวันต่อมา ธวัชเปิดรายงานเก่าต่อหน้านวล

เขาวางสำเนาข้อมูลที่ได้ตามช่องทางงานแยกจากจดหมายสุรีย์ ไม่ยอมให้กระดาษสองชุดซ้อนกัน

“อ่านแยกก่อน แล้วค่อยเทียบ”

นวลรับคำ

เธอไล่ดูรายละเอียดการตรวจ ภาพประกอบ และข้อมูลที่ผู้แจ้งเหตุให้ไว้ จุดหนึ่งมีข้อความระบุว่ามาลินีถูกพบไม่หายใจอยู่บนเตียง

ไม่มีรายละเอียดว่าเตียงถูกเคลื่อนย้ายก่อนแพทย์มาถึงหรือไม่

“ตอนอาจารย์ไป เห็นใครอยู่ในห้องคะ”

ธวัชมองภาพถ่าย

“ผมจำได้บางคน แต่จะไม่ให้ชื่อจากความจำตอนนี้ ต้องตรวจบันทึกที่มี”

เธอเงยหน้า อาจารย์กำลังนวดข้อนิ้วตัวเอง

“อาจารย์พักบ้างหรือยังคะ”

“อยากอ่านให้จบก่อน”

นวลเลื่อนแก้วน้ำเข้าไป

“ถ้าอ่านจนล้า เราอาจพลาดอีกค่ะ”

มือธวัชหยุด

เธอไม่ได้ถอนคำพูด เขามองเธอครู่หนึ่งแล้วปิดแฟ้ม

“สิบนาที”

สำนักงานกิจการปัจจุบันของวิชาญอยู่คนละแห่งกับอาคารเก่า

หน้าประตูมีทางลาด กระถางต้นไม้เรียงเป็นระเบียบ เสียงโทรทัศน์จากห้องกิจกรรมดังเบา ๆ ภูเมืองกับจ่าเนศแจ้งนัดหมาย เจ้าหน้าที่พาเข้าห้องประชุม

วิชาญยังไม่มา

หญิงในเสื้อสูทสีครีมยืนอยู่ริมหน้าต่าง เธอหันเมื่อประตูเปิด

ภูเมืองหยุดเดิน

“แนน”

เธอกำปากกาในมือ ก่อนยิ้มบาง ๆ

“สวัสดีค่ะภู”

จ่าเนศมองคนทั้งสอง แล้ววางแฟ้มลงบนโต๊ะ

แนนเป็นฝ่ายแนะนำตัวก่อน

“ฉันเป็นทนายของคุณวิชาญค่ะ วันนี้มาดูเรื่องเอกสารที่ขอไว้”

ภูเมืองดึงเก้าอี้

“ครับ”

เขาเรียงรายการเอกสารตรงหน้า ไม่ถามเรื่องส่วนตัว เธอก็นั่งลงและเปิดแฟ้มงาน

แต่ก่อนเริ่ม จ่าเนศเห็นว่าแนนมองมือซ้ายของสารวัตรอยู่ครู่หนึ่ง

วิชาญเข้ามาพร้อมเจ้าหน้าที่ธุรการ

เขาวางแฟ้มสองเล่มบนโต๊ะ อธิบายว่าเอกสารบางส่วนอยู่กับผู้รับผิดชอบเดิม ต้องใช้เวลาค้น

ภูเมืองขอรายการที่นำมาส่งและข้อมูลของส่วนที่ยังขาด แนนตรวจเอกสารก่อนให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ

“ตารางเวรฉบับเดิมมีไหมครับ”

“ยังหาอยู่ครับ” วิชาญตอบ

“ใครเป็นคนเก็บ”

เขาบอกชื่ออดีตหัวหน้าเวร

อุษา

จ่าเนศจดเบอร์ติดต่อที่ได้รับมา ภูเมืองขอให้วิชาญเล่าหน้าที่ของเธอในเวลานั้น

“คุมเจ้าหน้าที่ช่วงกลางคืนครับ เรื่องผู้ป่วยเขารู้ดีกว่าผม”

“คุณเข้าไปที่สถานดูแลคืนมาลินีเสียชีวิตไหม”

วิชาญเหลือบมองทนาย

แนนไม่ได้ตอบแทน

“ขอฉันตรวจวันที่กับลูกความก่อนค่ะ จะได้ไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน”

ภูเมืองรับคำและระบุรายการที่ต้องการเพิ่มเติมไว้ชัดเจน

ขณะเจ้าหน้าที่ธุรการเก็บสำเนา วิชาญถามถึงนวล

“คุณหมอที่ตรวจสุรีย์ชื่ออะไรนะครับ”

“แพทย์หญิงนวลละออครับ”

“ฝากขอบคุณด้วย ผมได้ยินว่าทำงานกันจนเช้า”

ภูเมืองไม่รับฝาก เขาถามกลับ

“คุณทราบจากใครครับ”

“ฝ้ายครับ เด็กโทรมาเล่า”

จ่าเนศบันทึกต่อโดยไม่เงยหน้า

หลังเสร็จงาน แนนเดินตามภูเมืองออกมาหน้าห้อง

“ขอคุยด้วยสักนาทีได้ไหม”

เขาหยุด จ่าเนศเดินไปรอใกล้เคาน์เตอร์

“ไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่” แนนพูด

“ผมก็เหมือนกัน”

เธอมองใบหน้าเขา

“ยังนอนน้อยเหมือนเดิม”

ภูเมืองยิ้มจาง ๆ แต่ไม่ได้ต่อเรื่องนั้น

“ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติม ส่งผ่านพนักงานสอบสวนได้เลยนะครับ”

“รู้ค่ะ”

ความเงียบทำให้เธอต้องก้มเก็บปากกาเข้ากระเป๋า

“ฉันหมายถึง ถ้ามีโอกาส อยากคุยเรื่องอื่นบ้าง”

“ตอนนี้ผมมีคนที่คุยอยู่แล้ว”

แนนเงยหน้า

“หมอนวลหรือ”

ภูเมืองมองเธอนิ่ง

“ครับ”

เธอพยักหน้า ไม่ถามต่อ

ระหว่างเดินออกไป โทรศัพท์เขาสั่น เป็นข้อความจากนวลถามว่าตรวจเอกสารเสร็จหรือยัง

เขาพิมพ์ตอบ ก่อนหยุดนิ้วไว้

แล้วเติมอีกประโยค

วันนี้ผมเจอคนที่เคยคบกันครับ เธอเป็นทนายวิชาญ ไว้ผมโทรเล่าให้ฟัง

คราวนี้เขากดส่งทันที

นวลอ่านข้อความขณะรอธวัชกลับจากพัก

เธออ่านคำว่าเคยคบกันซ้ำ แล้ววางโทรศัพท์คว่ำลง

ผ่านไปครู่หนึ่ง เธอหยิบขึ้นมาตอบ

ค่ะ คุยงานให้เสร็จก่อน

ข้อความของเขาตามมา

เย็นนี้อยากเจอครับ

เธอมองนัดหมายบนโต๊ะ ไม่ตอบรับทันที

สุดท้ายพิมพ์กลับไป

ถ้ามาได้ โทรบอกก่อนออกมานะคะ

เธอรู้สึกดีที่เขาบอกเอง

แต่ความรู้สึกอีกอย่างก็เกิดขึ้นพร้อมกัน และยังไม่หายไป

จ่าเนศติดต่ออุษาได้ระหว่างกลับสถานีตำรวจ

เธอรับสายสั้น ๆ ยืนยันว่าเคยเป็นหัวหน้าเวร แต่เมื่อได้ยินชื่อสุรีย์ น้ำเสียงก็เปลี่ยน

“ฉันไม่สะดวกคุย”

“นัดเวลาอื่นได้ครับ”

“ไม่ใช่เรื่องเวลา”

ภูเมืองพยักหน้าให้เปิดลำโพง หลังขออนุญาตอีกฝ่ายแล้ว

“มีใครทำให้คุณไม่สะดวกให้ข้อมูลหรือครับ”

ไม่มีคำตอบ

เสียงคล้ายเก้าอี้ลากดังขึ้นจากปลายสาย

“คุณอุษาครับ”

“มีคนเอาของมาฝาก”

“ของอะไรครับ”

เธอหายใจแรงขึ้น

“ผ้าห่ม”

จ่าเนศหยิบปากกาทันที

“ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ”

อุษาบอกที่อยู่ติดขัด ก่อนมีเสียงเคาะดังแทรก

สามครั้ง

“อย่าเพิ่งเปิดประตูครับ” ภูเมืองบอก

อีกฝ่ายเงียบไป

แล้วเธอกระซิบ

“ฉันไม่ได้อยู่ข้างใน”

ภูเมืองขอให้ทวน

“ฉันอยู่หน้าบ้านค่ะ”

เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง

“มันเคาะออกมา”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป